Smile หวัดดีเพื่อนๆกันอีกครั้งค่ะ เอนทรี่ย์นี้เป็นเอนทรี่ย์สืบเนื่องจากเอนทรี่ย์ก่อนนั้นเอง
 
Undecided กร๊าก! จขบ. ไปนั่งแต่งฟิคไว้ฟินเองเรียบร้อย 1 เรื่องค่ะ
 
Foot in mouth สำนวนการเขียนอาจจะมั่วๆ เมาๆ ไม่ได้สละสลวยอะไรเท่าไร (เพราะใช้เวลาแต่งแค่ครึ่งชั่วโมง ก๊ากๆ)
 
เอาเป็นว่ายังไงก็กลั้นใจรับชมกันไปล่ะกันนะคะ อิอิ Cry
 
อันนี้เราจะแถมลิงค์แต่ละหน้าให้นะคะ เผื่อใครสนใจจะเอาไปแต่งเล่นมั่ง อิอิ
 
 
"เรื่องราวของฉันเริ่มต้นในวันวาเลนไทต์ที่ผ่านมา"
 
นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันพลาดหวังจากเวทีการประกวดเวทีนักร้อง The Star Facter
 
นับรวมแล้ว 3 ปีซ้อนที่ฉันตกรอบการประกวดแบบนี้ แม้แต่เพื่อนๆยังส่ายหน้าให้ฉันเลิกหวังลมแล้งๆกับการประกวดนี้ได้แล้ว
 
ทั้งที่ปีนี้ฉันเองก็มั่นใจว่าเสียงตีวเองน่าจะได้ผ่านรอบออดิชั่นไปได้บ้างก็ยังดี
 
แต่สุดท้ายความหวังฉันก็พังทลายในพริบตา ที่กรรมการกดปุ่ม XXX พร้อมกันอย่งเอกฉันท์
 
หลังฟังคอมเมนต์จากกรรมการแล้ว ฉันถึงกับเดินน้ำตาซึมออกมาจากเวทีประกวดอย่างเงียบ
 
ถึงจะชินชากับการตกรอบแบบนี้มา 3 ปีแล้วแท้ๆ แต่น้ำตามันก็พล่านไหลออกมาแบบนี้ทุกปีสินา
 
ระหว่างที่ฉันเดินผ่านร้านดอกไม้เล็กๆก่อนถึงสถานีรถไฟฟ้า
 
ก็มีคนๆหนึ่งยืนขวางหน้าฉันไว้ เขาเป็นชายหนุ่มอายุน่าจะไม่ห่างจากฉันมากเท่าไร
 
ในมือเขายังถือตะกร้าดอกไม้ พร้อมกับผ้ากันเปื้อนที่เขียนชื่อร้านไว้ด้วยลวดลายน่ารัก
 
ชั่วขณะที่ฉันกำลังยืนงงๆอยู่ว่าเขามายืนขวางหน้าฉนไว้ทำไม เขาก็เอ่ยขึ้นว่า
 
 
 
*(แอร๊ยเขียน ปลอบเป็น ปอบซะงั้น) Orz
 
แ้ล้วเขาก็เดินฮัมเพลงกลับเข้าร้านไปด้วยรอยยิ้มที่ฉันไม่มีวันลืมเลยนับจากวันนั้น
 
ฉันอมยิ้มกับพฤติกรรมของเขา ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วรู้สึกกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง
 
ฉันตั้งใจจะหันไปขอบคุณเขา แต่ว่าเมื่อฉันไปเขาก็ผลุบหายเข้าไปหลังร้านเสียแล้ว
 
ฉันจึงหยิบแผ่นโน๊ตลายลูกหมีออกมาจากกระเป๋า แล้วเขียนคำขอบคุณสั้นไว้ก่อนจะแปะมันไว้ที่หน้ากระจกร้าน
 
โดยหวังว่าเขาคงจะเห็นมันหลังจากกลับออกมา จากนั้นฉันก็มุ่งหน้าไปยังสถานีต่อไป
 
 
และแล้วนับจากวันนั้นเวลาก้ผ่านไปราว 1 เดือน ฉันยังคงไม่สิ้นหวังกับการประกวดร้องเพลง
 
ฉันจึงก้มหน้าก้มตาฝึกร้องเพลงอยู่ทุกวันหลังจากนั้น เพื่อปรับปรุงจุดเสียงที่กรรมการต่างคอมเมนต์ให้ฉัน
 
แม้มันจะดูเป็นคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ก็มีประโยชน์ในการปรับเสียงร้องของฉันจริงๆ
 
เพราะเพื่อนสนิทของฉันก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงของฉันเช่นกัน
 
ไม่รู้เพราะด้วยความเวทนารึเปล่า เพื่อนสนิทของฉันจึงเสนอให้ฉันเริ่มต้นร้องเพลงกับวงดนตรีเล็กๆก่อน
 
เป็นการฝึกฝนไปในตัวด้วย แน่นอนว่าฉันตบปากรับคำอย่างไม่ลังเลเลยทีเดียว
 
ไม่กี่วันถัดจากนั้นเพื่อนสาวก็พาฉันไปแนะนำตัวกับวงดนตรีที่ฉันต้องเข้าไปร่วมเล่นด้วย
 
 
 
อ่านจากขวาไปซ้ายแบบมังงะนะคะ XD 
 
ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อยู่ตรงหน้า คือคนที่ฉันไม่ลืมรอยยิ้มของเขามาตลอด 1 เดือนมานี้เลยนั้นเอง
 
"พี่โจ" คือชื่อของเขา พี่เค้าเป็นลูกชายของร้านขายดอกไม้ แต่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี
 
แน่นอนว่าครอบครัวของพี่โจค่อนข้างใจดีเิปดโอกาสให้ลูกชายตัวเองเช่นกัน(ถ้าพี่เขายอมช่วยดูแลร้านบ้างเป็นบางครั้ง)
 
พี่โจจึงตั้งวงดนตรีขึ้นมาตามฝัน(พี่ตั้งชื่อวงว่า Sweet Chaser) โดยมีสมาชิกในวงเพียง 3 คน ซึ่งรวมฉันด้วย
 
แม้จะเป็นวงดนตรีที่มีแค่มือกีต้าร์ นักร้องนำ และมือกลอง
 
แต่เพลงที่พี่โจเขียนทุกเพลงกลับดูมีพลังอย่างแปลกประหลาด ถึงจะมีองค์ประกอบวงแค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้น
 
แต่ทุกเพลงล้วนเข้ากับวงของเราได้อย่างลงตัวจนไม่น่าเชื่อ
 
ขนาดฉันที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงเป็นครั้งแรกยังรู้สึกสนุกไปด้วยเลยล่ะ
 
พวกเราใช้เวลาฝึกซ้อมร่วมกันราวๆ 2 อาทิตย์ แต่ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่โจก็ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย
 
จนวันหนึ่งจู่ๆพี่โจก็เขามาบอกกับฉันว่าให้เตรียมตัวขึ้นแสดงบนเวที ทั้งๆที่ฉันเพิ่งกลับมาจากเลิกเรียนเองแท้ๆ
 
แถมพี่เค้ายังมาบอกกับฉันล่วงหน้าก่อนการแสดงแค่ 1 ชั่วโมงเสียด้วย
 
ฉันถึงกับงอนพี่เค้าไปเลยนะ แถมรู้สึกประหม่าอีกต่างหาก จนพี่เค้าต้องวิ่งมาไหว้ทำท่าออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้อีกต่างหาก
 
แต่ก็เพราะนิสัยน่ารักแบบเด็กๆแบบนี้แหละทำให้ฉันโกรธพี่เค้าจริงๆไม่ลง และรู้สึกชอบพี่เค้าจริงๆ
 
 
ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงยังสถานที่นัดหมาย แต่มันทำให้ฉันตกตะลึงมาก
 
เพราะมันไม่ใช่เวทีประกวด หรือผับเล็กๆแบบที่ฉันคิดว่านักร้องทั่วไปเค้าจะไปกัน
 
แต่มันเป็นสตูดิโอรายการเพลงวัยรุ่นที่กำลังฮิตใน You tube ช่วงนี้แทนซะงั้น
 
ฉันที่กำลังงงงันอยู่ พี่โจก็เข้าตบไหล่ฉันเบาๆและบอกว่าเราจะมาประเดิมร้องเพลงกันที่นี้แหละ
 
ฉันที่กำลังมึนๆอยู่ก็ถูกสไตลิสของรายการลากตัวไปแต่งตัวทำผมใหม่จนจับต้นชนปลายไม่ถูก
 
พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ข้างเวทีเสียแล้ว ฉันจึงตัวสั่นด้วยความวิตกแะประหม่าจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว
 
 
 
แต่พี่โจจับสังเกตได้ เขาจับหัวฉันให้เงยมองหน้าเขา
 
พร้อมกับบอกให้ฉันสูดหายใจลึกๆ เขาบอกว่าให้ฉันร้องเพลงด้วยความรู้สึกสนุก
 
อย่าจริงจังกับมันเกินไป ไม่ต้องกังวลไม่ต้องคิดอะไร แค่จับไมค์แล้วร้องเพลงไปก็พอ
 
ใช่แล้ว! จุดที่ทำให้ฉันพลาดมาตลอด 3 ปีนั้นคือฉันจริงจังกับการร้องเกินไปจนเหมือนกับเค้นเสียงมากกว่าการร้องเพลงนั้นเอง
 
ฉันพบว่าเมื่อฉันร้องเพลงแบบสบายอารมณ์ หรือร้องแบบสนุกๆฉันจะร้องออกมาได้มีพลังกว่าด้วย
 
ในที่สุดฉันก็เข้าใจถึงจุดแข็งของฉันแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะขอบคุณพี่โจก็ถึงเวลาการแสดงเสียแล้ว
 
การเดบิวของวงพวกเราผ่านไปได้อย่างงดงาม ราวกับฝันไปเลยทีเดียว
 
หลังปิดกล้องพี่โจอาสาพาฉันไปส่งที่สถานีรถไฟ เพราะเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว
 
ฉันที่มัวแต่ดีใจ และตื่นเต้นที่การแสดงของพวกเราเป็นไปอย่างราบรื่น จนทำให้ฉันรองเท้าพลิกและขาแพลง
 
ฉันถึงลงไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้นถนนเลย น่าอายมากๆที่แสดงอาการเป้อต่อหน้าคนที่ชอบเนี้ย
 
พี่โจหัวเราะชอบใจมาก จนฉันงอนแก้มป่องอีกครั้ง โทษคราวก่อนยังไม่ได้สะสางเลยนี่ทำฉันงอนอีกแล้วนะคะ
 
พี่โจรีบกล่าวขอโทษแต่ก็ยังไม่หยุดขำ และย่อตัวลงมาจนหน้าของพวกเราเกือบชิดกัน
 
ระหว่างที่ใจฉันเต้นแรงจนลืมงอน พี่ก็ยกตัวฉันขึ้นมาด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงทันที
 
ฉันตกใจมาก อีกทั้งอายด้วย(กลัวพี่เค้าจะหนัก เพราะช่วงนี้ฉันเองก็ซัดขนมเค้กไปเยอะอยู่)
 
จึงรีบบอกให้พี่เค้าวางฉันลงทันที แต่พี่เค้ากลับยิ้มตอบแบบสบายๆ
 
 
 
ไม่มีอะไรน่าอายไปกว่านี้อีกแล้วจริงๆ หลังจากที่ฉันกับพี่โจเถียงกันไปมา
 
ในที่สุดฉันก็ยอมจำนนพี่เค้าจนได้จึงยอมให้พี่เค้าอุ้มไปแบบเงียบๆ
 
แต่พี่เค้าก็อดแหย่ฉันไม่ได้ จึงแกล้งทำเป็นตัวฉันหนักมาก (กรี๊ด พี่คะทำไมพี่ใจร้ายยังงี้)
 
ฉันจึงกระน้ำกำปั้นทุบพี่อย่างไม่เกรงใจแล้ว ในที่สุดฉันก็กลับถึงบ้านโดยปลอดภัย
 
ขณะที่พี่เค้ากลับบ้านไปแบบมีรอยช้ำทั่วตัว จนคนที่บ้านพี่บอกว่านึกว่าพี่ถูกรุมโทรมมา(ฮา)
 
 
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
 
วงของเราโด่งดังมากในโลกโซเชียลเน็ตเวริค์ในชั่วข้ามคืนหลังจากคลิปรายการถูกปล่อยลง You tube
 
ทุกอย่างเหมือนกับฝันที่ฉันรอคอยได้สำเร็จมาอีกก้าวหนึ่งแล้ว
 
อย่างไรก็ตามแม้วงของพวกเราจะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่โจก็ยังคงอยู่ที่เดิม
 
ท่าทางพี่เค้าคงเห็นฉันเป็นแค่น้องสาวจริงๆสินะ เฮ่อ....
 
 
หลังจากการเดินสายร้องเพลงแบบมาราธอนติดต่อกัน ในที่สุดพี่โจก็โวยวายออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
 
และร้องงอแงว่าจะไปเที่ยวทะเลเพื่อพักผ่อน คลาเครียดบ้าง
 
ฉันกับ"พี่วี" จึงได้แต่ส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของหัวหน้าวงคนนี้ทีเดียว
 
พี่วี เป็นมือกลองประจำวงและเป็นเพื่อนสนิทกับพี่โจ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจของฉันด้วย
 
ช่วงหลังฉันมักไประบายเรื่องของฉันกับพี่โจให้ พี่วีฟังบ่อยๆ
 
ซึ่งพี่วีเองก็เป็นคนใจดีผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกมาก ยอมรับฟังคำบ่นของฉันได้อย่างไม่เบื่อเลยทุกครั้ง
 
 
 
และแล้วพวกเราก็เดินทางไปพักผ่อนยังชายทะเลแห่งหนึ่ง
 
มันเป็นที่ๆคนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก แต่บรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การผ่อนคลายมากจริงๆ
 
พี่โจเริ่มต้นแก้ผ้าวิ่งลงไปว่ายน้ำเหมือนเด้กๆ จนฉันอดขำไม่ได้
 
สุดท้ายก็อดใจลากพี่วีและเพื่อนสาวคนสนิทไปร่วมวงด้วยจนได้
 
พวกเราเพลิดเพลินกับทะเลจนเย็น และระหว่างที่กำลังจะเตรียมตัวกลับที่พักนั้น
 
พี่โจก็ได้พบกับคนๆหนึ่งเข้า
 
 
 
เธอชื่อว่า "เจน" อายุมากกว่าฉัน 1 ปี แต่ดูแล้วเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมาก แถมสวยกว่าด้วย(แย่จัง)
 
หลังจากการแนะนำตัวให้รู้จัก ฉันถึงได้รู้ว่าจริงๆพี่โจเองยังเข้าหน้ากับเจนไม่ติด
 
เพราะเจนเป็นคนทิ้งวง และพี่โจไปเพราะคิดว่าเขาคงทำความฝันที่จะเป็นนักร้องของเธอไม่สำเร็จ
 
จริงๆฉันเองก็อดโมโหเจนไม่ได้ที่ทิ้งทุกอย่างไป เหมือนเธอทำลายความฝันของพี่โจและพี่วีไปเพื่อตัวเองคนเดียว
 
 
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพี่โจไม่ติดใจเรื่องสมัยก่อนแล้วฉันก็ไม่ควรไปจะโกรธเธอเช่นกัน
 
หลังเวลาอาหาร ฉันจึงปลีกตัวไปห้องน้ำทันทีโดยมีเจนขอตามไปด้วยเป็นเพื่อน
 
ทุกแย่างดูเหมือนจะไปได้ดี และเจนดูเป็นคนคุยสนุกกว่าที่คิดทำให้ฉันไม่ทันระวังตัวกัสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น...
 
เมื่อจู่ๆเจนก้ผลักหลังฉันอย่างแรงจนฉันเวไปกระแทกผนังทางเดิน
 
ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากถามอะไร เจนก็จกิผมฉันอย่างแรงด้วยสายตาจ้องกินเลือดกินเนื้อ
 
ไม่น่าเชื่อว่าเจนเมื่อสักครู่กับตอนนี้จะเป็นคนๆเดียวกัน เธอตอนนี้ช่างดูน่ากลัวจริงๆ
 
 
 
ไม่น่าเชื่อว่าตัวตนจริงของเจนจะน่ารังเกียจถึงเพียงนี้
 
ฉันไม่มีวันยอมยกพี่โจ และตำแหน่งนักร้องนำคืนให้กับคนๆเด็ดขาด
 
เมื่อเจนเห็นว่าฉันไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอจึงเริ่มลงมือตบตีฉันอย่างไม่ปราณีทันที
 
ฉันที่ตัวเล็กและมีเรี่ยวแรงน้อยกว่า จึงตกเป็นเบี้ยล่างของเจนอย่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
จึงทำได้แค่เอามือป้องกันการตบตีที่บ้าคลั่งของเจนเท่านั้น
 
 
ก่อนที่สติจะเลือนลางไปกว่าี้ก็มีเสียงตะโกนบอกให้เจนหยุดพร้อมกับโอบร่างของฉันไว้อย่างแผ่วเบา
 
พี่วีนั้นเอง พี่วีมาช่วยฉันจากเจนนั้นเอง เขามองเจนด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
 
เจนเองก็ดูตกใจมากกับการปรากฎตัวของพี่วี จนพูดออกมาว่า
 
 
 
 
ไม่น่าเชื่อว่าพี่วีคือคนต้นคิดเรื่องเจน อีกอย่างพี่เค้าชอบฉันจริงๆเหรอ?
 
ระหว่างที่ฉันกำลังสับสนอยู่นั้น พี่วีกับเจนก็ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
 
สุดท้ายเจนก็หนีไป เมื่อโดนพี่วีขู่ว่าชกหน้าสวยๆ(ที่ทำศัลยกรรม)ของเธอให้พังยับ ถ้ายังไม่เลิกต่อแยฉันอีก
 
ถึงคำพูดของพี่วีจะดูร้ายกาจกับผู้หญิงมาก แต่อ้อมแขนของพี่เค้าที่โอบตัวฉันไว้นั้นอบอุ่นและอ่อนโยนมาก
 
เมื่อทุกอย่างสงบลง พี่วีค่อยๆคลายมือจากตัวฉันที่กำลังสับสนอยู่
 
ไม่เคยรู้เลยว่าพี่เค้าชอบฉัน การที่ฉันเอาเรื่องความรักไปปรึกษาพี่เค้ามาตลอด
 
ก็เหมือนกับฉันทำร้ายความรู้สึกพี่เค้าทางอ้อมเลยนี่นา ฉันจึงได้แต่เอ่ยคำขอโทษพี่เค้าด้วยน้ำตา
 
พี่โจเองก็โผล่มาหลังจากนั้นไม่นาน พี่ค่อนข้างตกใจที่ได้ยินเสียงดังของเจนและพี่วี
 
เมื่อพี่โจมาถึงเขาก็ตกใจที่เห็นฉันร้องไห้ ก่อนจะหันหาพี่วีและถามว่าเกิดอะไรขึ้น
 
พี่วี ถอยหลังไปด้วยสายตาโกรธจัด พร้อมกับต่อว่าพี่โจว่า
 
"แกน่ะไม่เคยรู้อะไรเลย สักเรื่องไอ้เพื่อนเฮงซวยเอ๊ย" ก่อนจะสวนหมัดเข้าใส่พี่โจเต็มแรง
 
แต่พี่โจก็หลบหมัดของพี่วีได้อย่างชิลๆ พอมาคิดดีๆพี่วีอาจจะไม่ได้ตั้งใจต่อยพี่โจจริงๆก็ได้
 
"แกเป็นไรวะวี จู่ๆก็จะต่อยฉันซะงั้น ฉันตามเรื่องไม่ทันโว้ย" พี่โจตอบก่อนจะกันฉันออกมาห่างๆ
 
 
 
 
ดูเหมือนพี่โจจะเข้าใจคำถาม กับการจู่โจมของพี่วีแล้ว
 
แต่คำพูดของพี่โจนี่สิ ทำให้หัวใจของฉันสั่นไหวขึ้นมาทันทีเลย โกหกนา
 
หรือพี่เค้าเองก็ชอบฉันเหมือนกันงั้นเหรอ แต่พี่ไม่เคยแสดงอาการอะไรให้ฉันรู้เลยนี่นา
 
พี่วีเองเื่อได้รับคำตอบหนักแน่นของพี่โจแล้ว เขาก็ถอนหายใจก่อนจะเอาหลังพิงกำแพงอย่างหมดแล้ว
 
"พวกนายไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก ไปซะ"
 
พี่โจไม่ตอบอะไรได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาฉันเดินจากมาอย่างเงียบๆ
 
เมื่อพวกเราพ้นสายไปตาไปแล้ว พี่วีเริ่มหัวเราะกับตัวเองพลางน้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้
 
 
 
พี่โจดูเหมือนจะรู้ใจเพื่อนสนิทคนนี้ดีจริงๆ
 
ซึ่งภายหลังจากเหตุการณ์นั้นพวกเราก็ยังคงเป็นเพื่อนและพี่น้องร่วมวงที่ดีต่อกันโดยไม่คิดจะพุดถึงเหตุการณ์นั้นเอง
 
พี่วีเองก็ยังคงทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับฉันเหมือนปกติ ส่วนฉันเองแม้ตอนแรกจะรู้สึกขัดๆกับการพบหน้าพี่วี
 
แต่ไม่นานฉันก็ปรับตัวได้จนสามารถคุยเล่นกับพี่เค้าได้อย่างสบายใจเหมือนเดิม
 
กลับมาที่เหตุการณ์เดิม หลังจากที่พี่โจพาฉันเดินออกมายังชายทะเล
 
พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันเลยตลอดทาง ทุกอย่างเงียบงันมีเพียงเสียงคลื่นซัดหาดเท่านั้น
 
ด้วยความอึดอัด ฉันจึงเริ่มพูดเป็นคนแรก
 
"พี่คะ ฉันคงลาออกจากวงไหม ฉันเป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ทำให้พี่ผิดใจกันสินะคะ"
 
ฉันกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ แต่พี่โจกลับไม่ตอบอะไรเลยจนฉันคิดว่าพี่โจก็เริ่มโกรธฉันรึเปล่านะ
 
"งั้นฉันขอลาออกค่ะพี่ ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ" ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปนั้น
 
พี่โจก็คว้าแขนฉันไว้และดันฉันจนหลังติดกำแพง
 
"ฉันไม่ยอมให้เธอไปหรอก" พี่โจกล่าว ส่วนฉันได้แต่ตกตะลึง
 
"ต้นเหตุทั้งหมดจริงๆเป็นฉันเองล่ะ ..." พี่โจเริ่มสารภาพความในใจกับฉัน
 
 
 
หัวใจฉันพองโต ไม่น่าเชื่อว่าใจของพวกเราตรงกันตั้งแต่วันที่เราพบกันครั้งแรก
 
"ได้ไหม?" พี่โจถามย้ำคำตอบกับฉันอีกครั้ง
 
ฉันไม่ตอบ พี่โจเริ่มทำเสียงออดอ้อนแบบเด็กๆอีกครั้ง "ได้โปรดเถอะคร๊าบ เห็นใจผมหน่อยน๊าๆๆๆๆ"
 
"ผมสัญญาว่าจะเลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือ เลิกงอแงไม่เอาแต่ใจ ยอมแปรงฟันวันละ 3 ครั้งหลังอาหารด้วยนะ"
 
พี่โจทำท่าชู 3 นิ้วแบบลุกเสือสำรอง
 
ในที่สุดฉันก็หลุดขำออกมา พี่คนนี้ไม่เคยทำฉันเบื่อเลยจริงๆสิ
 
"พี่คะ แบบนั้นมันสัญญาแบบเด็กๆเค้าทำกันนะคะ" ฉันตอบ
 
"แล้วแบบไหนที่ผู้ใหญ่เค้าทำกันล่ะ" พี่โจถามแบบงุนงง เดาใจฉันไม่ถูก
 
 
"กะ...ก็...ก็แบบ....นี้ไงคะ" ฉันกล่าวด้วยท่าทางขัดเขินก่อนจะเขย่งขาขึ้น
 
ริมฝีปากของแับกับพี่โจสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาราวขนนก
 
ตอนแรกพี่โจดูตกใจนิดๆ ก่อนจะหลับตาลงแล้วจูบตอบฉันอย่างอ่อนโยน
 
 
 
 
Undecided กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!
 
นี่ฉานเขียนอะไรออกมาเนี้ย อายจุงเลย 555+
 
เขียนเองอ่านเอง อายเอง ฟินเองจริงๆเค๊อะ
 
อายอ่ะ ไม่ค่อยได้เขียนอะไรแบบนี้เท่าไรง่า รีบปิดเอนทรี่ย์หนีดีกว่า เขิลๆ
 
เอาเป็นว่าใครจะจกเอาเกมแฟรชนี้ไปทำเล่นมั่งอย่าลืมกระขากจขบ.ไปชมด้วยนะคะ
 
เราจะได้มานั่งฟินร่วมกันค่ะ เอิ๊กๆ สุดท้ายวันนี้ก็แวบมาอัพบลีอกแค่นี้แหละค่า
 
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ แล้วพบกันใหม่คราวหน้าค่ะ อร๊าง

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วก็เคลิ้มตาม..โดยเฉพาะฉากจบ งิ งิ งิ  cry  
ครึ่งชั่วโมงแต่งได้ขนาดนี้..ก็ยอดแล้วค่า..ยกนิ้วให้ (b^,^)
ปล.ติดใจหนุ่มแว่น

#2 By panda on 2013-02-18 19:59

นี่ขนาดอายจุงเบยนะคะเนี่ย confused smile  (แอบอยากอ่านเวอร์คอมมิคแบบเต็มๆ)
 จริงๆ ใน da ก็มีแฟลชเกมหลากหลายประเภทเยอะนะคะ เคยลองเล่นอยู่สองสามเกม

#1 By Black Rabbit on 2013-02-18 16:34